Welcome to the blogger Sralchana Songroop

Welcome to the blogger Sralchana Songroop
(^_^) Welcome to the blog of Ms.Sralchana Songroop (^_^)

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 5


บันทึกอนุทินครั้งที่ 5
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2558
กลุ่มเรียน 105 วันอังคาร เวลา 08.30 12.20 น.

เนื้อหา

การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ

ทักษะทางสังคม
            - ไม่ได้มีสาเหตุที่เกิดจากพ่อแม่
            - ทักษะทางสังคมไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมแต่ขึ้นอยู่กับตัวเด็กเอง
            - ต้องปรับที่ตัวเด็กไม่ต้องปรับที่สภาพแวดล้อม

กิจกรรมการเล่น
            - เด็กพิเศษจะไม่มองเด็กคนอื่นเป็นเพื่อน สัมผัส ผลัก ดึง เช่น หากมีเด็กคนอื่นยืนขวางทางอยู่ ก็จะเดินชน ไม่ยอมบอกเพื่อนดีๆ ครูห้ามตำหนิเด็ก
            - เมื่อมีสิ่งกีดขวางมักจะ เตะ หรือเดินเหยียบ
ยุทธศาสตร์การสอน
            - เด็กพิเศษไม่รู้จักพิธีการเล่น แต่มักจะดูเพื่อน และเลียนแบบการเล่นจากเพื่อน
            - ครูต้องสังเกตเด็กอย่างเป็นระบบ
            - ครูต้องมีการจดบันทึกพฤติกรรมเด็ก
            - ทำแผนเฉพาะเด็กแต่ละบุคคล (แผนIEP)

การกระตุ้นการเรียนแบบและการเอาแบบอย่าง
            - วางแผนกิจกรรมที่หลากหลาย
            - ให้เด็กเล่นเป็นกลุ่มเล็ก 2-4 คน (เด็กพิเศษ1:3 เด็กปกติ)
            - ให้เด็กปกติช่วยเหลือเด็กพิเศษและทำหน้าที่เหมือนครู

ครูปฏิบัติเด็กอย่างไรขณะเด็กเล่น
            - ครูต้องให้ความสนใจเด็ก ห้ามปล่อยเด็ก
            - เมื่อเด็กหันไปมองครู ครูต้องยิ้มให้เด็กเพื่อให้เด็กรู้ว่าครูให้ความสนใจ
            - ไม่ชมเด็กมากจนเกินไป แต่ต้องชมเด็กเมื่อทำตามเป้าหมายที่ครูได้กำหนดไว้
            - นำอุปกรณ์การเล่นมาเพิ่มให้เด็กเพื่อยื้อเวลาการเล่น ไม่ควรให้ของเล่นเด็กเยอะเกินไปจะเป็นการทำให้เด็กไม่เห็นคุณค่าของของเล่นและไม่รู้จักการแบ่งปันแต่ควรให้ของเล่นครึ่งหนึ่งของจำนวนเด็กในกลุ่ม
            - เมื่อแบบ่งเด็กเป็นกลุ่ม ในเวลาที่ครูเดินดุเด็ก ครูต้องห้ามหันหลังให้เด็ก ต้องเดินรอบๆห้อง
            - การหันหลังให้เด็กอาจจะทำให้กิจกรรมไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

การให้แรงเสริมทางสังคมในบริบทที่เด็กเล่น
            - ครูพูดชักชวนให้เด็กเล่น
            - โดยใช้การพูด ครูต้องเป็นคนช่างพูด ชักชวน ครูต้องพูดนำเด็ก(บอกบท)
            - เด็กพิเศษมักจะดูเพื่อนเล่นกันเพราะกลัวเล่นไม่เป็นและทะเลาะกับเพื่อน
            - ครูต้องสร้างคมสนใจของเด็กพิเศษเพื่อให้เด็กปกติอยากเล่นด้วย (เอ้าของเล่นมาล่อ)
            - เมื่อเด็กพิเศษเข้าไปในกลุ่มเพื่อนแล้ว ครูห้ามปล่อยเด็กเลย แต่ให้ครูเข้าไปดูซักระยะหนึ่ง
            - ประคองมือเด็กพิเศษทำกิจกรรม

ช่วยเด็กทุกคนให้รู้กฎเกณฑ์
            - ห้ามให้เด็กพิเศษมีอภิสิทธ์เหนือกว่าเด็กปกติ
            - เด็กทุกคนมีความเท่าเทียมกัน
            - อธิบายการเล่น สร้างกฎกติกาก่อนเล่นและอุปกรณ์การเล่น การสร้างกฎกติกาหรือเกม ให้เกจะทำให้เด็กได้เล่นครบทุกคน และจะทำให้เกิดการแบ่งปัน
           
กิจกรรมดนตรีบำบัด
            ให้นักศึกษาจับคู่กับเพื่อน ให้หยิบกระดาษมา 1 แผน และหยิบสีเทียนที่ชอบมาคนละ แท่ง หลังจากนั้นครูจะเปิดเพลง ให้คนที่ 1 ลากเส้นไปบนกระดาษตามเสียงดนตรีที่ได้ยิน คนที่ 2 ใช้สีเทียนจุดตามที่เพื่อนลากเส้นเป็นวงกลม


            เมื่อเพลงจบให้ทั้ง 2 ช่วยกันมองเส้นและจุดที่ร่วมกันวาดว่าเรามองเห็นเป็นรูปอะไรบ้าง แล้วระบายสีเพื่อให้เห็นเป็นรูปที่ชัดเจนยิ่งขึ้น



ผลงานของเพื่อน 



กิจกรรมร้องเพลง



เพลง ดวงอาทิตย์
ยามเช้าตรูอาทิตย์ทอแสง
เป็นประกายเรืองรอง ผ่องนภา
ส่งสว่างไปทั่วแหล่งล้า
บงเวลาว่าเป็นกลางวัน



เพลง ดวงจันทร์
ดวงจันทร์ทอแสงนวลใย
สุกใสอยู่ในท้องฟ้า
เราเห็นดวงจันทรา
แสงพราวตาเวลาค่ำคืน



เพลง ดอกมะลิ
ดอกมะลิกลีบขาวพราวตา
เก็บเอามาร้อยเป็นมาลัย
บูชาพระทั้งใช้ทำยาก็ได้
ลอยในน้ำ อบขนมหอมชื่นใจ


เพลง กุหลาบ
กุหลาบงาม ก้านหนามแหลมคน
จะเด็ดดมระวังกายา
งามสดสีสมเป็นดอกไม่มีค่า
เก็บเอามาประดับไว้ในแจกัน



เพลง นกเขาขัน
ฟังสิฟังนกเขาขันมันขยันขันคู
ฟังสิฟังนกเขาขันมันขยันขันคู
จุ๊กกรู จุ๊กกรู จุ๊กกรู จุ๊กกรู จุ๊กกรู


เพลง รำวงดอกไม้
รำวง รำวง รวมใจ
หอมดอกมะลิที่ร้อยเป็นมาลัย
กลิ่นหอมตามลมไปไกล
หอมกลิ่นชื่นใจจริงเอย

                                                                                                ผู้แต่ง อ.ศรีนวล รัตนสุวรรณ
                                                                                                เรียบเรียง อ. คฤณ แจ่มถิ่น


การประยุกต์ใช้
             - สามารถนำเพลงไปสอนเด็กปฐมวัยได้
            - สามารถนำไปปฏิบัติต่อเด็กได้เพื่อให้เด็กพิเศษเกิดทักษะทางด้านสังคมที่ดีได้
             - ทำให้ทราบถึงการวางแผนกิจกรรมที่เอื้อต่อทักษะทางสังคมของเด็กพิเศษ
            - ทำให้ทราบการสอนของเด็กพิเศษและการสังเกตเด็กพิเศษอย่างเป็นระบบ

การประเมิน
ตนเอง - เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ จดบันทึกระหว่างการเรียนการสอน มีการคุยกับเพื่อนบ้างเป็นบ้างครั้ง
เพื่อน - เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ ตั้งใจเรียน จดบันทึกระหว่างการเรียนการสอน แต่มีการคุยกันบ้างเล็กน้อย
ผู้สอน - เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายสุภาพ อาจารย์มีความพร้อมในการจัดเตรียมอุปกรณ์การสอน และสอนให้นักศึกษาเข้าใจได้ง่าย มีการสอดแทรกกิจกรรมก่อนเรียนเพื่อเป็นการกระตุ้นนักศึกษาให้เกิดความตื่นตัวในการเรียน








วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558


HAPPY BIRTHDAY TO อาจารย์เบียร์ ค่ะ

Wishing you many happy returns on your birthday.
May you have many more joyous days.






วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 4

บันทึกอนุทินครั้งที่ 4
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
กลุ่มเรียน 105 วันอังคาร เวลา 08.30 – 12.20 น.

เนื้อหา
กิจกรรม ให้นักศึกษาวาดภาพมือของตนเองข้างที่ไม่ถนัดให้เหมือนที่สุด


          เราไม่สามารถจดจำรายละเอียดมือของเราซึ้งอยู่กับเรามา 20 ปี ได้ เด็กก็ เช่น      กัน เราไม่สามารถบันทึกพฤติกรรมของเด็กได้ครบถ้วน เพราะฉะนั้น เมื่อเห็นพฤติกรรมไหนของเด็กที่แปลกๆ เราต้องจดบันทึกตอนนั้นเลยห้ามจำมาบันทึก ครูจึงต้องมีกระดาษแผ่นเล็กๆไว้บันทึกพฤติกรรมของเด็ก

การสอนเด็กพิเศษและเด็กปกติ


ทักษะของครูและทัศนคติ
          - ต้องมองเด็กทุกคนให้เท่าเทียมกัน ทั้งเด็กพิเศษ และเด็กปกติ
          - ครูที่สอนเด็กพิเศษจะต้องอมรการอบรม สัมมนา

การฝึกเพิ่มเติม
          - อบรมระยะสั้น การสัมมานา
          - สื่อต่าง ๆ
          - หนังสือ
          - แหล่ง IT
          - โทรทัศน์ครู

การเข้าใจภาวะปกติ
          - เด็กมีความคล้ายกันมากกว่าแตกต่างกัน
          - ครูต้องปฏิบัติกับเด็กทุกคนให้เท่าเทียมกัน
          - มีความเข้าใจเด็กแต่ละคน
          - มองเด็กให้เป็นเด็ก ไม่ใช่มองแตกต่างออกไป
          - ต้องจำชื่อเด็กให้ได้ทุกคน (ชื่อเล่น ชื่อจริง นามสกุลจริง)

การคัดแยกเด็กที่มีพัฒนาการช้า
          - ครูเข้าใจความแตกต่างของเด็ก ทำให้ครูมองเห็นความแตกต่างของเด็กแต่ละคนได้ง่าย
          - ห้ามวินิจฉัยเด็กแล้วเอาไปพูด จะทำให้คนอื่น ๆ มองเด็กคนนั้นเปลี่ยนไป
          - พยายามพูดด้านดีของเด็ก
          - ชมเด็กก่อนแล้วค่อยติ

ความพร้อมของเด็ก
          - วุฒิภาวะ เช่น อายุ ช่วงชั้น
          - แรงจูงใจ ต้องรู้จักโน้มน้าวเด็ก
          - โอกาส เด็กมีโอกาสในการเรียนต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย
          - อย่าให้ทำกิจกรรมที่ง่าย หรือ ยากจนเกินไป
          - ต้องคิดเสมอว่าสามารถพัฒนาเด็กได้

การสอนโดยบังเอิญ
          - เด็กถามครูในช่วงว่างๆ
          - การสอนโดยบังเอิญเกิดจากเด็กมีปัญหา จึงเข้ามาถามครู
          - เมื่อเด็กทำกิจกรรมครูไม่จำเป็นต้องเข้าไปช่วยเด็ก
          - เมื่อเด็กมีความไว้วางใจจริงๆ จึงถาม
          - เด็กจะเข้ามาหาเมื่อไรก็ได้
          - ต้องให้ความสนใจเด็ก ห้ามรำคาญเด็ก
          - ครูต้องทำให้เป็นเรื่องสนุกไม่น่ากลัว
          - อาจจะเป็นคำถามเดิมๆ
          - ครูต้องมีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ
          - อย่าสอนนาน และต้องแบ่งเวลาให้ดี

อุปกรณ์
          - สื่อต้องไม่เป็นสื่อที่แบ่งแยกเพศ เช่น บล็อก แป้งโด จิ๊กซอ
          - สื่อแบบแบ่งแยกเพศ เช่น ตุ๊กตา หุ่นยนต์ ดาบ ปืน มีด (ไม่เหมาะกับเด็กพิเศษ)
          - ต้องเป็นของเล่นที่ไม่ตายตัว
          - ต้องจับคู่บัดดี้ให้เด็ก เช่น เด็กดาวน์ คู่กับเด็กที่สาทารถดูแลเด็กดาวได้
          - เด็กปกติจะช่วยเหลือเด็กพิเศษ จะมีการเหลือบมองกัน

ตารางประจำวัน
          - เด็กพิเศษไม่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนตาราง
          - ต้องทำกิจกรรมที่สลับกัน กิจกรรมเงียบๆ และกิจกรรมเคลื่อนไหว
          - ควรคำนึงถึงเวลาในการทำกิจกรรม

ความยืดหยุ่น
          - แผนสามารถเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม
          - ยอมรับความสามารถเด็ก
          - ตั้งจุดประสงค์แล้วแก้ไขให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในด้านบวก

การใช้สหวิทยากร
          - ใจกว้างต่อตำแนะนำ จากบุคคลที่ทำอาชีพอื่น (ไม่จำเป็นต้องเชื่อ 100%)
          - สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการทำกิจกรรมในห้องเรียน

เด็กทุกคนสอนได้
           อย่ามองว่าโกไร้ความสามารถ ถ้ามองว่าเด็กไร้ความสามารถจะทำให้เด็กขาดโอกาสได้

วิธีการเสริมแรง
          เด็กต้องการแรงเสริมที่ดีจากผู้ใหญ่ คือ การยิ้ม การใส่ใจ การกอด การสัมผัส คำชม เด็กจะชอบให้ยืนใกล้ๆ ให้ความช่วยเหลือ มีส่วนร่วมกับเด็ก เป็นต้น เวลาที่เด็กทำกิจกรรม ครูไม่ควรเข้าไปถามควรให้เด็กทำกิจกรรมเสร็จก่อน เพราะ การที่ครูเข้าไปซักถามในขณะที่เด็กไม่ได้เกิดปัญหา หรือกำลังทำกิจกรรมได้อย่างราบรื่นอยู่ จะทำให้เด็กเปลี่ยนความคิด


หลักการเสริมแรง
          - เสริมแรงเฉพาะที่เด็กแสดงพฤติกรรมที่ครูตั้งจุดประสงค์ไว้
          - ควรชมทันที่ที่ทำพฤติกรรมนั้น

การแนะนำ หรือบอกบท
          - การย่อยงาน คือการแบ่งงานออกเป็นขั้นตอน
          - เมื่อเด็กทำได้ด้วนตนเองได้มากขึ้น ก็ควรจะย่อยงานน้อยลง
          - ครูอาจจะสอนในขั้นที่ 1 แล้วครูก็ช่วยในขั้นอื่นๆ แล้วสอนทีละขั้น (สอนจากข้างหน้าไปข้างหลัง)
          - เด็กทำเองในขั้นสุดท้าย ขั้นอื่นครูทำให้  (สอนจากข้างหลังมาข้างหน้า)

การลดหรือหยุดแรงเสริม
          - งดแรงเสริมเมื่อเด็กทำไม่เหมาะสม
          - เอาอุปกรณ์ออกไปจากเด็กทันที
          - เอาเด็กออกจาการเล่น
          - ให้เด็กเข้ามุม (นาที/อายุ)

** หมายเหตุ ครูต้องมีความคงเส้นคงวา คือต้องมีความกระตือรือร้นในการสอนให้ได้ทั้งเทอม **


การประยุกต์ใช้
 - สามารถนำเพลงไปสอนเด็กปฐมวัยได้
 - เข้าใจเด็กพิเศษมากขึ้น
- สามารถนำการเสริมแรงไปใช้กับเด็กได้
 - ได้รู้เทคนิคต่างๆในการเสริมแรง
- เข้าใจหลักในการเสริมแรงมากขึ้น

การประเมิน
ตนเอง - เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ จดบันทึกระหว่างการเรียนการสอน
เพื่อน - เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ ตั้งใจเรียน จดบันทึกระหว่างการเรียนการสอน แต่มีการคุยกันบ้างเล็กน้อย
ผู้สอน - เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายสุภาพ อาจารย์มีความพร้อมในการจัดเตรียมอุปกรณ์การสอน มีความตั้งใจอย่างมากที่จะมาสอนนักศึกษา อาจารย์มีความเข้าใจนักศึกษา มีการพูดที่เป็นกันเอง บรรยากาศในห้องเรียนสนุกสนาน








         

         


วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

**วันนี้ไม่มีการเรียนการสอน**


วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
กลุ่มเรียน 105 วันอังคาร เวลา 08.30 – 12.20 น.

**วันนี้ไม่มีการเรียนการสอน**